ศาลหลักเมืองพิษณุโลก   >>ตำนานการสร้างเมืองพิษณุโลก   >>ความเป็นมาในการก่อสร้างศาลหลักเมือง
 
     >> ความเป็นมาในการก่อสร้างศาลหลักเมืองจังหวัดพิษณุโลก
   
          ความเป็นมาในการก่อสร้างศาลหลักเมืองพิษณุโลก

          ความคิดในการจัดสร้างศาลหลักเมืองจังหวัดพิษณุโลก ตามคำบอกเล่าจากหลายท่าน
บ้างก็ว่า จังหวัดพิษณุโลกมีเสาหลักเมืองเป็นลักษณะศิลาจารึก เดิมฝังอยู่ใต้ดินริมแม่น้ำน่าน
บริเวณหัวกำแพงหักหรือกำแพงขาดในกรมทหาร ไม่ห่างจากพระราชวังจันทน์เท่าใดนัก
ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพุทธชินราช หรือก็ว่าหลักเมืองจมอยู่ใน
ลำน้ำน่าน รวมถึงมีการกล่าวว่าเคยมีการวางศิลาฤกษ์ เพื่อสร้างศาลหลักเมืองบริเวณหน้า
วัดนางพญา เป็นต้น
 

           อย่างไรก็ตาม ความคิดในการจัดสร้างศาลหลักเมืองจังหวัดพิษณุโลกอย่างจริงจังเริ่มขึ้นปี พ.ศ.2530 นายสุวรรณ อุบลเจริญ นายกเทศมนตรีเมือง
พิษณุโลกในขณะนั้น ได้ดำริจะสร้างศาลหลักเมืองพิษณุโลก บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองพิษณุโลก และจังหวัดได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการ
ตัวแทนพ่อค้าและตัวแทนกรมศิลปากร โดยสรุปผลการประชุมในแต่ละครั้ง ดังนี้
 

      1.  ครั้งที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2530 สรุปได้ว่า ที่ประชุมคัดค้าน เพราะ
               1.1 การสร้างศาลหลักเมืองต้องขอพระบรมราชานุญาต
               1.2 ผู้สร้างและวางศิลาฤกษ์ คือ พระมหากษัตริย์
               1.3 ไม่รู้ความเป็นมาว่าจังหวัดพิษณุโลกมีศาลหลักเมืองหรือไม่ แต่มีวัดพระศรีรัตนมหาธาตุมหาวิหาร เป็นศูนย์
               1.3 รวมจิตใจเช่นเดียวกับเมืองเก่าสุโขทัย

      ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้ ผ.ศ.ปราณี แจ่มขุนเทียน ดำเนินการศึกษาหลักฐานเรื่องศาลหลักเมือง เพื่อประกอบการ
พิจารณาในการประชุมโอกาสต่อไป
 
      2. ครั้งที่ 2 เดือนสิงหาคม 2530 สรุปได้ ดังนี้
               2.1 ผ.ศ.ปราณี แจ่มขุนเทียน ได้เสนอผลการศึกษาเรื่องศาลหลักเมืองจากข้อมูลที่ศึกษาได้จาก พระราชนิพนธ์ พระนิพนธ์ เอกสารที่นักวิชาการ
ผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองพิษณุโลก และการบอกเล่า ซึ่งสามารถประมวลได้ว่าการศึกษาความเป็นมาของศาลหลักเมือง มีดังนี้
                      2.1.1ศึกษาจากเอกสาร และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น
               2.2  ก. หนังสือสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อนุสรณ์ดอนเจดีย์ เรื่องศาลเทพารักษ์ กล่าวว่า ศาลเทพารักษ์ตั้งอยู่ทางด้านหลังพระราชวังจันทน์
เรียกกันในปัจจุบันว่า “ศาลอดีตมหาราช” แต่มักเรียกทั่วไปว่า “ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง”
               2.2  ข. หนังสือเรื่อง พิษณุโลก โอฆบุรี เมืองพุทธชินราช กล่าวว่า หลังอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมีต้นโพธิ์ขึ้นอยู่ต้นหนึ่ง เดิมมีศาล
เทพารักษ์ตั้งอยู่ บางท่านเรียกว่า “ศาลอดีตมหาราช” และบางท่านเรียกว่า “ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง”
              2.2   ค. ตำนานเมืองพิษณุโลกหลวงเชื้อ ชำนาญเกณฑ์ กล่าวถึงศาลเทพารักษ์ว่าศาลเทพารักษ์ตั้งอยู่ภายในบริเวณพระราชวังจันทน์ทางด้านหลัง
เรียกกันในปัจจุบันว่า “ศาลอดีตมหาราช” แต่มักเรียกกันทั่วไปว่า “ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง”
               2.2  ง. พระนิพนธ์เรื่อง เมืองพิษณุโลก และพระราชปรารภ เรืองพระพุทธชินราชของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ความว่า “... เดี๋ยวนี้ยังมีสระข้างพระราชมณเฑียรกับเนินดิน และมีศาลเทพารักษ์ที่พวกชาวเมืองไปบูชาปรากฏอยู่สิ่งอื่นหามีไม่”
                      2.1.2. ศึกษาจากภาคสนาม (การบอกเล่า) โดยสัมภาษณ์ผู้อาวุโสหลายท่านซึ่งสรุปได้ว่า ไม่เคยเห็นศาลหลักเมือง แต่เคยได้ยินบรรพบุรุษ
พูดเสมอๆ ว่า เมืองพิษณุโลกไม่มีศาลหลักเมืองและได้ยินบุคคลอีกหลายท่านพูดว่า เดิมเมืองพิษณุโลกมีศาลหลักเมืองตั้งอยู่บริเวณหน้าค่ายสมเด็จ
พระนเรศวรมหาราช บ้างตั้งอยู่ตรงบริเวณหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ แต่ได้พังลงแม่น้ำน่านไปแล้ว

จากการศึกษาความเป็นมาของศาลหลักเมืองหรือศาลเทพารักษ์ในจังหวัดพิษณุโลก ทั้งจากเอกสารและการบอกเล่า พอสรุปได้ว่า
          1. ไม่พบที่ตั้งศาลหลักเมือง
          2. ไม่พบหลักฐานว่า มีการสร้างศาลหลักเมืองในสมัยใด รู้แต่ว่าชาวพิษณุโลกในอดีตรู้จัก และให้ความสำคัญเฉพาะศาลเทพารักษ์ ที่ตั้งอยู่ใน
          2. พระราชวังจันทน์เท่านั้น
                    2.2 ที่ประชุมอภิปรายอย่างกว้างขวางโดยตกลงให้สืบหาความเป็นมาว่าหากมีศาลหลักเมืองอยู่ที่ตั้งเดิมอยู่ที่ไหนหากหาพบจะได้สร้างที่
                    2.2 นั่นและมติที่ประชุมขอให้ระงับการสร้างศาลหลักเมืองไว้ก่อนจนกว่าจะหาหลักฐานพบ
  >> หน้า 1 , 2 , 3 , 4 , 5 ...