ศาลหลักเมืองพิษณุโลก   >>ตำนานการสร้างเมืองพิษณุโลก   >>ความเป็นมาในการก่อสร้างศาลหลักเมือง
 
     >> ความเป็นมาในการก่อสร้างศาลหลักเมืองจังหวัดพิษณุโลก
 


2. การดำเนินการก่อสร้างอาคารศาลหลักเมือง
          จังหวัดได้รับความอนุเคราะห์จากสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรออกแบบแปลนและจำทำประมาณการค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารศาลหลักเมือง
โดยกรมศิลปากรออกแบบแปลนอาคารศาลหลักเมือง แบยอกปรางค์ มีฐานกว้าง 16.60 เมตร สูง 10.65 เมตร และได้รับความร่วมมือด้วยดีจาเทศบาล
เมืองพิษณุโลก และสำนักงานโยธาธิการจังหวัดพิษณุโลกออกแบบปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์รั้วรอบบริเวณ ระบบระบายน้ำ ทางเท้า และการจัดสวน
สำหรับงบประมาณในการดำเนินการประกอบด้วย
          1. การก่อสร้างอาคารศาลหลักเมือง ตามแบบแปลนของกรมศิลปากร ใช้งบประมาณโครงการพัฒนาจังหวัด สนับสนุนภูมิภาคและท้องถิ่นปีงบ
          1. ประมาณ 2538 เป็นเงิน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)
          2. การก่อสร้างรั้ว ประตูทางเข้า รางระบายน้ำและทางเข้า การจัดสวนเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณรอบอาคารศาลหลักเมือง ซึ่งจังหวัดได้ดำเนิน
          2. การในส่วนนี้ โดยใช้จ่ายจากเงินบริจาคสมทบก่อสร้างศาลหลักเมืองของผู้มีจิตศรัทธา จำนวน 194 ราย เป็นเงิน 2,624,032 บาท ดังนี้
               2.1 ค่าก่อสร้างรั้ว แระตูทางเข้า รางระบายน้ำและทางเท้าเป็นเงิน 1,255,254 บาท
               2.2 ค่าติดตั้งโคมไฟฟ้า เป็นเงิน 135,108 บาท
               2.3 ค่าวัสดุสำหรับระบบประปาเพื่อใช้สำหรับการดูแลสวนเป็นเงิน 46,024 บาท
               2.4 ค่าถมดินปรับพื้นสนามด้านล่าง เป็นเงิน 48,000 บาท
               2.5 ค่าจัดซื้อต้นไม้สำหรับจัดสวน เป็นเงิน 536,430 บาท

          นอกจากนี้จังหวัดได้ใช้จ่ายจากเงินบริจาคสมทบก่อสร้างศาลหลักเมืองเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดังนี้
                    - ค่าใช้จ่ายในวันพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างอาคารศาลหลักเมือง เป็นเงิน 99,850 บาท
                    - ค่าจัดทำเสาหลักเมืองจำลอง เป็นเงิน 14,320 บาท
                    - ค่าใช้จ่ายในพิธีประดิษฐานเสาหลักเมืองบรรจุดวงเมือง และสวมยอดเสาหลักเมือง เป็นเงิน 200,435 บาท
                    - ค่าใช้จ่ายในพิธีเข้าเฝ้า น้อมเกล้าฯถวายยอดเสาหลักเมือง และแผ่นทองดวงเมือง เป็นเงิน 11,320 บาท

          รวมแล้วจังหวัดได้ใช้จ่ายเงินบริจาคสมทบก่อสร้างศาลหลักเมืองไปจำนวนทั้งสิ้น 2,351,229 บาท คงเหลืออยู่ 272,803 บาท
ซึ่งเงินจำนวนนี้จังหวัดจะต้องไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขั้นตอนต่อไปคือ
                    - ค่าจัดทำหนังสือที่ระลึกในวันพิธีเปิดศาลหลักเมือง
                    - ค่าใช้จ่ายในพิธีเปิดศาลหลักเมือง
                    - ค่าดูแลรักษาส่วนและอาคารศาลหลักเมือง
                    - ค่าสาธารณูปโภค (ค่าน้ำ/ค่าไฟฟ้า)

          อนึ่งหากยังมีเงินบริจาคเหลืออยู่จังหวัดมีแนวทางที่จะจัดตั้งเป็นกองทุนศาลหลักเมือง เพื่อจะได้ใช้ดอกผลดังกล่าวไว้สำหรับเป็นค่าดูแลรักษา
รวมทั้งเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ตามที่คณะที่ปรึกษาในการดำเนินการก่อสร้างศาลหลักเมืองประจำจังหวัดพิษณุโลกกำหนด

          สำหรับการดำเนินการขอใช้พื้นที่บริเวณสวนสาธารณะ หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองพิษณุโลก พื้นที่ประมาณ 3-3-27.5 ไร่ สำหรับก่อสร้างอาคาร
ศาลหลักเมือง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวคือ สนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเดิมเป็นที่ราชพัสดุและอยู่ในความครอบครองดูแลใช้ประโยชน์ของ
กระทรวงมหาดไทย จังหวัดจึงทำหนังสือที่ พล 0015.1/3084 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2538 ถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินการขอความเห็นชอบ
ในการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุดังกล่าว ไปยังกรมธนารักษ์ และกรมธนารักษ์ได้ทำหนังสือกระทรวงการคลังที่
กค. 0407/6566 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2538 แจ้งกระทรวงมหาดไทยว่า ไม่ขัดข้องที่จังหวัดพิษณุโลกจะเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์
ในที่ราชพัสดุจากสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น เป็นพื้นที่ก่อสร้างศาลหลักเมืองและอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุดังกล่าวได้ และจังหวัดได้เริ่มการก่อสร้างเมื่อ
วันที่ 15 มกราคม 2538 และก่อสร้างแล้วเสร็จในวันที่ 9 มกราคม 2539

          ทั้งนี้จังหวัดได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ศาลหลักเมือง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2538 เวลา 09.39 น. ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง
พิษณุโลก มีนายสวัสดิ์ ส่งสัมพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ในขณะนั้น เป็นประธานในพิธีและประธานพิธีสงฆ์ คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์
(วัดสระเกศ) พร้อมด้วยพระสังฆาธิการ ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ อีก 8 รูป

เสาหลักเมืองจังหวัดพิษณุโลก
          เสาหลักเมืองจังหวัดพิษณุโลก เป็นเสาที่ทำจากไม้มงคลหลายชนิด ได้รับมอบหมายจากหลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
          1. ส่วนที่เป็นลำต้น จากโคนลำต้นถึงลูกฟัก ทำจาไม้ราชพฤกษ์เป็นของนายศักดิ์ เกียรติก้อง อธิการวิทยาลัยการปกครอง ถวายให้หลวงปู่โง่น โสรโย
          2. ส่วนที่เป็นท่องลูกแก้วท่อนบน ทำจากไม้ชิงชัน เป็นของนายสมาน ภูแพร ป่าไม้เขตพิษณุโลกนำมาถวายหลวงปู่โง่น โสรโย เพื่อสร้างยอดเสา
          2. หลักเมือง
          3. ส่วนยอดบน (ยอดบัวตูม) ประกอบด้วยลูกแก้ว ทำจากไม้สักทองตายพราย เป็นของนายนันทศักดิ์ วงศ์วรกุลนักวิชาการกรมป่าไม้ นำมาถวาย
          3. หลวงปู่โง่น โสรโย

          ทั้งนี้ หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก ตำบลวังหลุม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เกจิอาจารย์ชื่อดัง และเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการ
แกะสลักเสาหลักเมือง ได้แกะสลักเสาหลักเมืองต้นนี้ตามแบบกรมศิลปากร ขนาดสูง 3.29 เมตร ลงรักปิดทองอบแห้ง เพื่อป้องกันการแตกร้างและได้นำ
เสาหลักเมืองต้นนี้ เข้าพิธีพุทธาภิเษกที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2538

>> หน้า 1 , 2 , 3 , 4 , 5 ...