การดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่สี่แยกอินโดจีน

 

 

 

 

            ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ส่วนภูมิภาค ที่จังหวัดเชียงราย   เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2540 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้จังหวัดพิษณุโลก และกลุ่มจังหวัดใกล้เคียง อันได้แก่ พิจิตร เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ สุโขทัย  ตาก และกำแพงเพชร  เป็นพื้นที่พัฒนา “สี่แยกอินโดจีน”  โดยให้คำนึงถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับพื้นที่เขตเศรษฐกิจ และสอดรับกับการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ  (GMS) ซึ่งเป็นผลจากการกำหนดเส้นทางสายหลักแนวตะวันออก-ตะวันตก จากเมียวดี ประเทศพม่า เข้าอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก-มุกดาหาร  สู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว-เวียดนาม และเส้นทางแนวเหนือ-ใต้ จากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย – กรุงเทพมหานคร  ที่เกิดจุดตัดเสมือนเป็นจุดสี่แยกในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ส่งผลให้จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงโดยรอบ ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นในฐานะเป็นเมืองยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคเหนือตอนล่าง และคาดว่าในอนาคตมีแนวโน้มจะเป็นเมืองสำคัญในอนุภูมิภาค อินโดจีน โดยการพัฒนาดังกล่าวเป็นกรอบแนวทางการพัฒนาในระดับนโยบายและมหาภาค

 

การขับเคลื่อนภายใต้ นโยบายจังหวัด

                จังหวัดพิษณุโลก โดยผู้ว่าราชการจังหวัด (นายสมบูรณ์  ศรีพัฒนาวัฒน์) ได้เห็นความสำคัญของประเด็นดังกล่าวจึงได้หารือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาค peo ร่วมกำหนดเป็นนโยบายสำคัญของจังหวัด โดยมีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนผลักดันจังหวัดพิษณุโลก ให้เป็นศูนย์กลางพื้นที่สี่แยกอินโดจีน ตามมติของคณะรัฐมนตรี และภายใต้วิสัยทัศน์จังหวัด “พิษณุโลกเมืองบริการสี่แยกอินโดจีน” สำหรับการดำเนินงานอย่างรูปธรรมในระยะเวลาอันใกล้นี้    ได้กำหนดจุด Land Mark เพื่อแสดงความเป็นสี่แยกอินโดจีนโดยได้จัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่สี่แยกอินโดจีนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้นบนพื้นที่ 9 ไร่ บริเวณสี่แยกอินโดจีน ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญที่จะส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลาง   การท่องเที่ยว  ศูนย์กลางการแสดงศิลปวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ รวมถึงเป็นการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่จะก่อให้เกิดอาชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในจังหวัด  และจะทำให้สี่แยกอินโดจีน เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางมากขึ้นในบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ   งบประมาณการดำเนินโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก รวมทั้งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ปัจจุบันมีผลความคืบหน้าการดำเนินงาน ดังนี้

          1) การขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมทางหลวง:  จังหวัดได้รับแจ้งจากกรมทางหลวงอนุญาตให้ใช้พื้นที่ ในการพัฒนาตามโครงการ เรียบร้อยแล้ว ตามหนังสือ ของกรมทางหลวงลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 ในพื้นที่เขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ตอน พิษณุโลก-อุตรดิตถ์  ระหว่าง กม.0+000-กม.0-214  ด้านซ้ายทาง พื้นที่รวม  9  ไร่

                2) การจัดหางบประมาณในการก่อสร้าง: องค์การบริหารส่วนจังหวัด ในฐานะหน่วยหลักในการดำเนินงาน ได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณ ปี 2551  จำนวน  6  ล้านบาท สำหรับดำเนินกิจกรรมด้านต่างๆ    ซึ่งไม่รวมกับการเตรียมพื้นที่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการวางแผนงบประมาณและแผนในการดำเนินงาน และได้ตั้งงบประมาณ ปี 2552 รองรับสำหรับการดำเนินงานในลำดับต่อไปแล้ว

3) การออกแบบและการสร้าง Land Mark : เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงหมุดพิกัด สำนักงาน       โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ได้ออกแบบมีลักษณะคล้ายเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ สูงประมาณ  6 เมตร  มี 6 ด้าน แต่ละด้านจะแสดงข้อความอธิบายความเป็นมาของสี่แยกอินโดจีนและข้อมูลพื้นฐานของแต่ละประเทศโดยใช้ภาษาของแต่ละประเทศนั้นๆ ควบคู่กับข้อความอธิบายภาษาอังกฤษ   พร้อมประดับด้วยธงชาติของ    แต่ละประเทศ   ส่วนยอดทำด้วยอครีลิคใสติดไฟแสงสว่าง ด้านบนติดตั้งหลักหมุด ใช้สีทองและสีม่วงซึ่งหมายถึงดินแดนสุวรรณภูมิและสีประจำจังหวัด ตามลำดับ

                4) การออกแบบแปลนการก่อสร้างซุ้มประเทศและพื้นที่โดยรอบ : สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ออกแบบจำนวน 6 ซุ้ม  ประกอบด้วย ซุ้มประเทศไทย จีน พม่า เวียดนาม มาเลเซีย และ สปป.ลาว     แต่ละซุ้มมีขนาด  8x8  เมตร การตกแต่งภายในจัดบอร์ดแสดงศิลปวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ รวมทั้งแสดงในรูปแบบของ Touch Screen บริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยต้นไม้ประจำชาติของแต่ละชาติ

5 )การวางแผนระบบสาธารณูปโภค (ระบบไฟฟ้า/ประปา/โทรศัพท์) ในพื้นที่: ส่วนราชการ/หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้ง 3 ระบบ ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่และประมาณราคาการติดตั้งทั้ง 3 ระบบ แล้ว    พร้อมดำเนินการเมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก

                6) การจัดกิจกรรมการแสดงของประเทศ : มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ได้จัดกิจกรรม         การแสดงของแต่ละประเทศ  เพื่อแสดงให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวชม เบื้องต้นจะจัดกิจกรรมในวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ และวันสำคัญของแต่ละชาติ

7) การติดต่อสถานทูต ทั้ง 5 ประเทศ : เพื่อขอรับความอนุเคราะห์ด้านข้อมูลศิลปวัฒนธรรมของ     แต่ละประเทศ และเชิญมาร่วมงานในวันพิธีเปิด จังหวัดได้มอบหมายให้ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นผู้แทนในการประสานงาน

                8) การบุกรุกพื้นที่ของผู้ประกอบการในบริเวณพื้นที่สี่แยกอินโดจีน: เนื่องจากมีประชาชนซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายย่อยถือครองพื้นที่เพื่อประกอบอาชีพบริเวณพื้นที่โครงการฯ จังหวัดจึงได้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าไปชี้แจงประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับกลุ่มประชาชน ในพื้นที่ ซึ่งประชาชนยินยอมออกจากบริเวณพื้นที่ ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกได้ใช้ความช่วยเหลือในการขนย้าย

                การดำเนินงานพัฒนาพื้นที่สี่แยกอินโดจีนจังหวัดพิษณุโลก ดังกล่าวข้างต้นได้ดำเนินการในรูปคณะกรรมการทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการขับเคลื่อนและได้วางแผนที่จะดำเนินการ เป็นโครงการต่อเนื่องในปีงบประมาณต่อไป  ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการประชาชน /นักท่องเที่ยวได้ก่อนการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 37 “พิษณุโลกเกมส์” ระหว่างวันที่ 14-24 ธันวาคม 2551 

               

งแนวเหนือ-ใต้ จากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย - กรุงเทพมหานคร                                

 

 

ภาพสี่แยกอินโดจีนปัจจุบัน

 

                

 

 

 

 

 

 

 

 

LANDMARK

                                                 สำนักงานจังหวัด

กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด

สิงหาคม  2551