พ่อขุนบางกางหาวจ้าวนคร ดินแดนอนุสรณ์ภูร่องกล้า จำปาขาวสวยสุดสดุดตา ประเพณีปวงข้าปักธงชัย

ต้นจำปาขาว

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Michelia champaca Linn (ข้อมูลฯ คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์)
.................................................... ................ ..............................................................................................

ประวัติจำปาขาว

  อำเภอนครไทย เมื่อสมัยกว่า 700 ปีมาแล้ว เป็นที่ตั้งของ
ราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ด้านหลังปรากฎ เห็นต้นไม้ขนาดใหญ่ นั่นคือต้น "จำปาขาว" เมืองบางยาง ซึ่งพ่อขุนบางกลางหาว ได้รวบรวมซ่องสุมไพร่พลแล้ว ร่วมกับ พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองลาด(เพชรบูรณ์) ยกทัพไปตีเมือง ศรีสัชนาลัยและเมืองสุโขทัย จากขอม แล้วสถาปนาเป็น "พ่อขุนศรี อินทราทิตย์ ปฐมกษัตริย์ "ราชวงศ์พระร่วง"แห่งอาณาจักรสุโขทัย ขึ้น ทุกวันนี้ ที่วัดกลาง ตำบลนครไทย อำเภอนครไทย ห่างจาก ที่ว่าการ อำเภอนครไทย มีต้นจำปาขาว ซึ่งชาวนครไทย เชื่อกันว่า มีอายุกว่า 700 ปี มีตำนานว่าเป็นต้นไม้ ที่พ่อขุนบางกลางหาว ตั้งสัตยาธิฐานว่า ถ้าตีเมือง สุโขทัยสำเร็จ ขอให้ต้นจำปาขาวไม่ตาย และให้ออกดอก เป็นสีขาว ซึ่งก็เป็นตาม ดั่งคำอธิฐาน
  นอกจากนี้ สมเด็จกรมพระดำรงค์ราชานุภาพ ได้ทรงบันทึก เรื่องราวของ
ต้นจำปาขาวว่า:- "พ่อขุนบางกลางหาวเจ้าเมืองบางยาง ทรงปลูกไว้เป็นอนุสรณ์ คู่เมืองของ เมืองนครบางยาง ซึ่งได้ปลูกไว้ที่วัดๆ หนึ่งทางทิศตะวันตกของพระอุโบสถ วัดดังกล่าวนี้ ปัจจุบันก็คือ "วัดกลางศรีพุทธาราม" ดังนั้น จึงประมาณได้ว่า ต้นจำปาขาว ปลูกก่อนปี พ.ศ. 1806
  หม่อมเจ้าหญิงพูนพิสมัย ดิศกุล พระธิดาของสมเด็จกรมพระดำรงราชานุภาพ
ได้เสด็จอำเภอนครไทย เมื่อเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2499 ได้ตรัสถามว่า "ต้นจำปาขาว ที่อยู่ทาง ทิศตะวันตก ของพระอุโบสถวัดกลาง ห่าง 7 วา นั้นอยู่ไหม" และได้เสด็จทอดพระเนตรต้น จำปาขาว

ลักษณะต้นจำปาขาว

ต้นจำปาขาว มีความแตกต่างจากต้นจำปาอื่น ๆ คือ

ต้นจำปาทั่วไป จะมีดอกเป็นสีเหลือง แต่จำปาต้นนี้ ออกดอกเป็นสีขาวนวล มีกลิ่นหอมฟุ้ง ทั่วบริเวณ วัดและถ้านำกล้า จำปาขาว ไปปลูกที่อื่นก็จะมีดอกเป็นสีเหลืองเหมือนดอกจำปา ทั่วไป หรือจะ กลายพันธุ์ และเท่าที่ทราบ จากเจ้าคณะตำบลนครไทยหรือเจ้าอาวาสวัดกลาง ศรีพุทธารามว่า ต้นจำปาขาวนั้น ชอบแสงแดด มีลักษณะทั้งต้นและใบจะมีกลิ่นหอมจัด และใบจะมีขน ส่วนจำปา ทั่วไป จะมีกลิ่นดอก สีดอกจำปาบางพันธุ์ จะมีสีเหลืองนวล ทำให้ ้บางคนคิดว่า เป็นจำปาขาว ต้นจำปาขาวได้หน่วยงาน หลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ ได้ทำการทดลองขยายพันธุ์ ในวิธี การต่าง ๆ เช่น เพาะเนื้อเยื่อ ขยายพันธุ์แต่ไม่ได้ ส่วนทางวัดกลาง ศรีพุทธารามและ สำนักงาน เกษตร อำเภอนครไทย ได้เพาะต้นจำปาขาว ด้วยเมล็ดได้ผลเพียง ประมาณร้อยละ 10-20 เท่านั้น ในการเพาะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือน ถึงจะงอกและต้อง เลี้ยงไว้ประมาณ 1 ปี จึงจะแยกต้นออก มาปลูกได้ ในการปลูกใช้ดินร่วนปนทราย เพื่อเลี้ยงราก ให้งอกออกโดยง่าย ต้องใช้เวลาปลูก ประมาณ 3 ปี โดยประมาณ ลำต้นจะสูงประมาณ 10 เมตร และถึงจะออกดอก สำหรับต้นลูก ที่ทางวัดได้เพาะและ ปลูกไว้บริเวณกุฏิพระมีลักษณะกลายพันธุ์ คือ ดอกจะเล็กกว่าต้นแม่ มีต้นที่อยู่ติดกับต้นแม่เท่านั้น ที่มีลักษณะเหมือนกับต้นแม่ ส่วนต้น จำปาขาว ที่นำไปปลูกที่อื่น ยังไม่ได้ข่าวว่า มีดอก เช่น ที่จังหวัด ระยองยังไม่มีดอก ต้นจำปาขาว หนอนชอบเจาะกิ่ง ต้องตัดออก โดยไม่ใช้ยา สารเคมี และลักษณะพิเศษ ของต้นจำปาขาว อีกอย่างหนึ่งไม่ชอบสิ่งสกปรก เช่น ปุ๋ยหมัก มูลสัตว์ เป็นต้น

การดูแล รักษา และอนุรักษ์ ต้นจำปาขาว

  ิปัจจุบัน ต้นจำปาขาวที่วัดกลางศรีพุทธาราม มีขนาดใหญ่ ขนาดลำต้น
วัดโดยรอบประมาณ 3 เมตรเศษ สูงประมาณ 9 - 10 เมตร แต่เนื่องจากลำต้นบางส่วนเป็น โพรง ผุกร่อน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 เป็นต้นมา และอำเภอนครไทย ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการ อนุรักษ์ต้นจำปาขาว วัดกลาง ศรีพุทธาราม อำเภอนครไทยขึ้น เพื่อให้มีหน้าที่ดูแลรักษา และอนุรักษ์ ขยายพันธุ์ต้นจำปาขาว ปรับปรุง ดูแล จัดทำรั้วล้อมรอบ สถานที่บริเวณต้น จำปาขาว วัดกลางศรีพุทธาราม ให้ดูสวยงาม และป้องกันมิให้คน และสัตว์ เข้าไปทำความ เสียหายกับต้นจำปาขาว, ศึกษา หาวิธีการ และดูแล บำรุงรักษา โพรงของต้น จำปาขาว ให้มีความเจริญงอกงาม ยั่งยืนต่อไป ตลอดจนทำการศึกษา และขยายพันธุ์ ต้นจำปาขาว
  ขณะนี้ ยังปรากฎต้นจำปาขาวอยู่ ด้านหลังพระบรมราชานุสาวรีย์
พ่อขุนบางกลางหาว ที่วัดกลาง ศรีพุทธาราม แต่อายุมากและลำต้นผุกร่อน ทรุดโทรม เพราะแก่ต้น จังหวัดพิษณุโลก จึงให้อำเภอนครไทยแต่งตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์ต้นจำปาขาว วัดกลางศรีพุทธารามขึ้น ตามคำสั่งที่ 583/2543 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2542 เพื่อบำรุง ดูแล รักษา อนุรักษ์ และขยายพันธุ์ ต้นจำปาขาว ตามข้อแนะนำ ของส่วนวนวัฒนวิจัย สำนักวิชาการ กรมป่าไม้ แล้วรายงานผลการดูแล รักษาให้จังหวัดทราบ ทุก ๆ ระยะ 2 เดือน

รวบรวมข้อมูลโดย ศักดิ์นิคม ขุนกำแหง ฝ่ายข้อมูลฯสำนักงานจังหวัดพิษณุโลก 1 ธันวาคม พ.ศ.2543

24/04/01